สำนักงานนักสืบเอกชน คุณรชต สำนักงานนักสืบเอกชน คุณรชต



ม็อบบุก"เอไอเอส"หักซิมการ์ดโชว์ชิยคอร์ปรับหนักใจ

เครือข่ายพนธมิตรเดินหน้าแผนบอยคอตสินค้าชินคอร์ป บุกสำนักงานใหญ่เอไออส หักซิมโชว์ ด้านผู้บริหารชินคอร์ปรับหนักใจ

เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มต้นเคลื่อนไหวแบบจรยุทธ์ ด้วยการออกไปชุมนุมประท้วงในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายวันที่ 6 มีนาคม กลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ ประมาณ 50 คน ได้ไปรวมตัวชุมนุมประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และยื่นหนังสือถึงนายลี เซียน หลง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เพื่อขอให้สั่งการให้กองทุนเทมาเซค ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ยุติการซื้อหุ้นกลุ่มชินคอร์ปซึ่งเป็นของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นผู้ได้รับสัมปทานในธุรกิจสำคัญ เช่น โทรศัพท์มือถือ ดาวเทียว สถานีโทรทัศน์ และสายการบิน เพราะถือเป็นการเข้ามาแทรกแซงกิจการพื้นฐานที่สำคัญและมีผลต่อความมั่นคงของประเทศไทย มิฉะนั้นกลุ่มพันธมิตรจะรณรงค์ต่อต้านให้ถึงที่สุด รวมทั้งต่อต้านการใช้สินค้าของทั้งกลุ่มชินคอร์ปและธุรกิจของสิงคโปร์ และประกาศจะกลับมารับฟังคำตอบที่หน้าสถานทูตอีกครั้งในวันที่ 9 มีนาคม

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงใกล้เที่ยงวันที่ 8 มีนาคม ยังคงมีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เมื่อสมาชิกองค์กรสลัมเพื่อประชาธิปไตย หนึ่งในเครือข่ายพันธมิตรประชาชนได้ไปชุมนุมหน้าสถานทูตสิงคโปร์ ถนนสาทรอีกครั้ง เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเลิกใช้สินค้าและบริการของกลุ่มชินคอร์ปและประเทศสิงคโปร์ โดยนำกล่องมารับซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเครือข่ายเอไอเอส เพื่อนำไปเผาทำลายทิ้งด้วย

นางประทิน เวคะวาดยานนท์ แกนนำ กล่าวว่า กลุ่มต้องการแสดงเจตนารมณ์ว่า การตกลงซื้อขายหุ้นครั้งนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นธุรกิจสาธารณะที่เป็นสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของครอบครัวชินวัตร

"เราขอเรียกร้องให้คนไทยลุกขึ้นต่อต้านสินค้าและบริการจากประเทศสิงคโปร์ อาทิ ธนาคารยูโอบี รัตนสิน ธนาคารบีบีเอส ไทยทนุ โรงแรมสุโขทัย โรงแรมวินเซอร์ โรงแรมคอนราด โรงแรมแกรนด์ไดมอน คลับเมด สถานบันเทิงฮาร์ดร็อคคาเฟ่ เบียร์ไฮเนเก้น เบียร์ไทเกอร์ สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์/คาเธย์ แปซิฟิก และแอร์เอเชีย และจะมาฟังคำตอบจากนายกฯ สิงคโปร์ในวันที่ 9 มีนาคม อีกครั้ง" นางประทิน กล่าว

หลังชุมนุมหน้าสถานทูตสิงคโปร์นานประมาณ 30 นาที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกองค์กรสลัมฯ ได้ไปชุมนุมต่อที่หน้าอาคารชินวัตร 3 ย่านถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. พร้อมชูป้ายผ้าข้อความว่า "เสียศักดิ์ศรีคนไทย ถ้าใช้เอไอเอส", "เลิกใช้ วัน-ทู-คอล", " ชิน ชา ชิน ชั่ว ชิน เฉย", " ตาดูดาวเท้าติดดิน กินประเทศไทย", "โกงกันชิน กินกันเป็นกิจวัตร" เป็นต้น

จากนั้นแกนนำได้อ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึกคว่ำบาตรเลิกซื้อสินค้าและบริการของกลุ่มชินคอร์ป ใจความว่า “ขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วประเทศยุติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเอไอเอส สายการบินแอร์เอเชีย ไม่ซื้อโครงการพัฒนาที่ดินของบริษัทเอสซี แอสเซท รวมทั้งร่วมกันกดดันให้กลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือตระกูลมหากิจศิริ ตระกูลมาลีนนท์ และ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ถอนตัวหรือลาออกจากการสนับสนุนรัฐบาล”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเครือข่ายเอไอเอสมาหักทิ้ง พร้อมทำกล่องไปติดตั้งไว้โดยรอบท้องสนามหลวงให้ประชาชนนำซิมการ์ดโทรศัพท์เอไอเอสมาทิ้งไว้ เพื่อเผาทำลายพร้อมกันในวันที่ 14 มีนาคมนี้

ต่อมาในเวลา 15.00 น. น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค หนึ่งในแกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชน ก็ได้นำสมาชิกประมาณ 30 คน มาที่หน้าอาคารชินวัตร 3 อีกกลุ่ม เพื่ออ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึก เรื่อง การคว่ำบาตรเลิกซื้อสินค้าและบริการในกลุ่มชินคอร์ป มีใจความว่า ตามที่กลุ่มประชาชนต่างๆ เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการโกงภาษี การขายกิจการที่เป็นสัมปทานของรัฐแก่ต่างชาติ และการใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระต่างๆ จนตรวจสอบรัฐบาลไม่ได้ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงดื้อดึง ปลุกระดมประชาชนสร้างความแตกแยก และการจัดให้มีการเลือกตั้งก็เป็นเพียงเล่ห์เพทุบายเพื่อสืบทอดอำนาจ เครือข่ายพันธมิตรจึงขอความร่วมมือจากประชาชนไทย ร่วมกันสั่งสอนกลุ่มบุคคลที่ลุแก่อำนาจ ดังต่อไปนี้

1.ยุติการซื้อสินค้า บริการ ในกิจการของครอบครัวและคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยให้เลิกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เอไอเอส สายการบินแอร์เอเชีย, อสังหาริมทรัพย์ บริษัท เอส ซี แอสเซท, บริษัท แคปปิตอลโอเค, อินเทอร์เน็ตบริษัทซี เอส ล็อกซ์อินโฟ, บริษัท เอส ซี แมทช์บอกซ์ และบริษัท ฮาวคัม อินเตอร์เทนเมนท์ หรือเลิกซื้อสินค้าที่ใช้บริการทั้งสองบริษัททำโฆษณา, ร้านถ่ายรูป "ชี แอท มู้ด (ชู้ต แอท มี)" [she@mood (shoot at me)] และร้านกาแฟ คาเฟ่อินน์ ย่านสยามสแควร์ และบริษัทขายโทรศัพท์มือถือ มาสเตอร์โฟน จำกัด รวมทั้งหมู่บ้านจัดสรร โครงการชินณิชาวิลล์ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

2.กดดันให้กลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) กลุ่มนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และเครือญาติ ตระกูลมหากิจศิริ กลุ่มตระกูลมาลีนนท์ และ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ให้ถอนตัวหรือลาออกจากการสนับสนุนรัฐบาล เครือข่ายพันธมิตรจะรณรงค์ให้เลิกใช้สินค้าและบริการกลุ่มนี้ก่อนวันที่ 2 เมษายน

"เราเตรียมจัดทำคู่มือเลือกซื้อสินค้าและบริการ 1 หมื่นชุด แจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ในวันที่ 9 มีนาคม หลังจากได้รับฟังคำตอบจากสถานทูตสิงคโปร์ เรื่องขอให้ยุติการซื้อหุ้นชินคอร์ป หากไม่ยินยอมยุติก็จะเดินหน้าคว่ำบาตรงดใช้สินค้า บริการที่สิงคโปร์ดำเนินการ หรือในบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่เกิน 25% และขากลับจะแวะไปที่ตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย" น.ส.สารี กล่าว และว่าการแสดงตนเพื่องดใช้สินค้าบริการนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา เคยคัดค้านไม่ให้บริษัทของจีนเข้าไปซื้อกิจการน้ำมัน เพราะเห็นว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และปรากฏการณ์แสดงพลังของผู้บริโภคก็เป็นตัวถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายประชาชนอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้กลุ่มเครือข่ายพันธมิตร ได้เชิญชวนให้ประชาชนนำซิมการ์ดเอไอเอสส่งมาที่กล่องของพันธมิตรที่ท้องสนามหลวง และกล่องรับซิมการด์ อีก 50 ใบที่จะนำไปติดตั้งตามชุมชนต่างๆ ทั่ว กทม.หรือส่งอีเมลแสดงเจตจำนงร่วมส่งซิมการ์ดมาทำลายที่เวบไซต์ www.ftawatch.org เพื่อเผาทำลายก่อนจะมีการเคลื่อนขบวนใหญ่ไปยังทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 14 มีนาคม

ด้านนายชำนาญ เมธากุล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท เอไอเอส กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงกระแสต่อต้านสินค้าจากเครือชินคอร์ป จึงอยากจะขอร้องประชาชนให้แยกกระแสการเมืองกับธุรกิจออกจากกัน เพราะเอไอเอสเป็นเพียงองค์กรธุรกิจที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

นางวิไล เคียงประดู่ โฆษก บริษัท เอไอเอส กล่าวว่า บริษัทตรวจสอบการใช้งานของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา และยังไม่พบความผิดปกติใดๆ การใช้งานยังเป็นปกติ รวมทั้งยอดการยกเลิกใช้บริการก็อยู่ในอัตราปกติ เชื่อว่า ผู้ใช้แยกแยะได้ และบริษัทไม่ได้จัดแคมเปญพิเศษรณรงค์การใช้งานแต่อย่างใด

"กรณีที่มีใครสอบถามข้อมูลเข้ามา ก็จะตอบตามข้อเท็จจริง และขอความเห็นใจจากลูกค้าว่า เราไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นการทำธุรกิจปกติของบริษัท" นางวิไล กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลเวบไซต์เอไอเอส พบว่า ยอดผู้ใช้บริการเอไอเอสสิ้นสุดเดือนมกราคม 2549 ยังคงมียอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 103,700 ราย จากเดือนธันวาคม ทำให้มียอดรวมทั้งสิ้น 16,512,600 ราย แบ่งเป็นลูกค้าที่ใช้จีเอสเอ็มแอดวานซ์ ในระบบเหมาจ่ายรายเดือน 1,844,700 ราย จีเอสเอ็ม 1800 จำนวน 134,100 ราย และลูกค้าบัตรเติมเงินหรือวัน-ทู-คอล 14,533,800 ราย

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทย แอร์เอเชีย กล่าวว่า ที่ผ่านมา แอร์เอเชีย ได้พยายามแก้ปัญหาเรื่องสัดส่วนหุ้น และสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ส่วนกรณีคนไทยกำลังประท้วงธุรกิจของสิงคโปร์ตอนนี้ ไม่ขอออกความเห็น

ขณะที่นายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ระบุว่า ไม่มีความเห็นเกี่ยวกับการรณรงค์ขององค์กรพันธมิตร แต่ในฐานะที่ไอทีวีเป็นสื่อ และทำธุรกิจสื่อสารมวลชน ก็จะต้องตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เพื่อทำให้ไอทีวีเป็นที่ยอมรับของประชาชน

แหล่งข่าวผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไม่กังวลกับการต่อต้านธุรกิจจากสิงคโปร์ของกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบมาถึงธุรกิจหลักทรัพย์ แม้ว่าจะมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กว่า 70% เป็นสิงคโปร์ แต่ก็เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ผู้บริหารและพนักงานก็เป็นคนไทย จึงมองว่ากระแสต่อต้านไม่น่าจะรุนแรงมาก เป็นเพียงการพยายามปลุกกระแสของกลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่า

"เราปฏิเสธการลงทุนของต่างชาติไม่ได้ เพราะการเปิดเสรีเกิดขึ้นทั่วโลก แต่อยากให้มองว่าการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนตามกฎระเบียบหรือไม่ สร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากน้อยแค่ไหน และถูกเอารัดเอาเปรียบหรือเปล่า อย่าหลงไปกับกระแส ขอให้มองแบบเป็นกลาง เชื่อว่าทุกคนก็อยากให้สงบ เพราะถ้ายังเป็นอย่างทุกวันนี้ จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวจนลามไปกระทบถึงทุกธุรกิจ" แหล่งข่าวกล่าว

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการคว่ำบาตรสินค้าและบริการในเครือชินคอร์ปและสิงคโปร์นั้น ปรากฏว่า นักวิชาการ เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้คัดค้านการขายหุ้นจากทั่วประเทศจะร่วมรณรงค์การไม่ซื้อสินค้าและบริการดังกล่าวนั้น

ส่วนความเห็นของกลุ่มผู้บริโภค รศ.วิระดา สมสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มนักวิชาการในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ส่วนหนึ่งงดใช้โทรศัพท์ระบบเอไอเอส เนื่องจากเป็นวิธีการหนึ่งในการแสดงออกโดยสันติวิธี และไม่เห็นด้วยกับการหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของผู้บริหารประเทศที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและความไม่โปร่งใสต่างๆ

นอกจากการคว่ำบาตรไม่ใช้สินค้าในเครือชินวัตร และดามาพงศ์แล้ว ขณะนี้นักวิชาการ มช.ยังแต่งกายและติดริบบิ้นสีดำเพื่อแสดงออกถึงการไว้อาลัยให้แก่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติวิธีด้วย

ขณะที่ จ.ขอนแก่น นายวิพัฒนชัย พิมพ์หิน แกนนำเครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การร่วมต้านหรือคว่ำบาตรสินค้าเอไอเอส และสินค้าที่มาจากประเทศสิงคโปร์นั้น เครือข่ายพันธมิตรภาคอีสานก็พร้อมที่จะดำเนินการด้วยเช่นกัน และจะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนคนชั้นกลางร่วมคว่ำบาตรสินค้าทั้งหมดของกลุ่มชินคอร์ปและสิงคโปร์

"ในเมื่อเราขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราต้องชิงชังในระบอบทักษิณด้วย โดยร่วมกันต่อต้านสินค้าและไม่ซื้อสินค้าที่มาจากกลุ่มชินคอร์ป ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือระบบเอไอเอส รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มบริษัทชินคอร์ป จึงขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชน และคนชนชั้นกลางร่วมคว่ำบาตรกับเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ด้วย" นายวิพัฒนชัย กล่าว

ส่วนในภาคใต้ กระแสการคว่ำบาตรสินค้าชินคอร์ปและสิงคโปร์ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน น.ส.ผกาเพ็ญ กาญจนเพ็ญ ประชาชนใน อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเอไอเอส เพราะเชื่อในการโฆษณาว่า โปรโมชั่นถูกกว่ารายอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเครือข่ายที่แพงสุด และระยะเวลาในการเติมเงินก็สั้นกว่าเครือข่ายอื่น ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า เจ้าของธุรกิจมุ่งแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ จึงเปลี่ยนใจไปใช้เครือข่ายอื่นซึ่งคิดว่าถูกและคุ้มกว่าเดิมแทนแล้ว

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ว.นครราชสีมา ประธานกรรมาธิการ (กมธ.)การต่างประเทศ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนทำหนังสือถึงประธานรัฐสภาสิงคโปร์และนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขายหุ้นชินฯ กับเทมาเซค ว่าอาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศที่มีต่อกันมานาน โดยมี 3 ประเด็นที่อยากให้สิงคโปร์พิจารณาคือ

1.เป็นที่แน่ชัดว่าบริษัทชินฯ ได้รับสิทธิพิเศษมากมายอย่างไม่เป็นธรรมโดยนโยบายของรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ให้ รวมทั้งปริมาณทุนของบริษัทชินฯ ได้ขยายตัวในตลาดหลักทรัพย์อย่างรวดเร็วถึง 4 เท่า อย่างน่าสงสัย 2.การซื้อหุ้นของเทมาเซค ที่ผนวกบริษัทลูกของชินคอร์ปแสดงให้เห็นความไม่ชอบมาพากลของฝั่งไทยที่ละเมิดไม่ยอมแจ้งความเคลื่อนไหวของทุนของสมาชิกในครอบครัวชินวัตรที่ซุกหุ้นหลบเลี่ยงภาษี มีการใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ในการทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งจะเป็นผลรายต่อระบบเศรษฐกิจ และสถาบันการเงินของสิงคโปร์เองด้วย

และ 3. สิ่งซึ่งสร้างความกังวลมากที่สุดคือ 3 ใน 4 บริษัทลูกของชินฯ ไม่ทำตามกฎหมายโดยเฉพาะไทยแอร์เอเชีย ไอทีวี และชินแซทฯ ที่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติ ที่มีการใช้ตัวแทนหรือนอมินี เข้ามาดำเนินการแทนซึ่งถือว่าผิดกฎหมายการค้าของไทย

"เกรงว่าการขายธุรกิจดังกล่าวจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสิงคโปร์ถือว่าเป็นประชาคมธุรกิจระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องยึดถือหลักธรรมาภิบาลเอาไว้ วุฒิสภาของไทยหวังว่ารัฐสภาของสิงคโปร์จะเข้าไปมีบทบาทตรวจสอบธุรกรรมของเทมาเซคเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีของ 2 ประเทศ"

ด้านนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายพันธมิตรเคลื่อนขบวนไปชุมนุมยังที่ต่างๆ ว่า ขอวิงวอนให้รักษากรอบกฎหมาย หากจะเปลี่ยนแปลงก็ขอให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ การเดินประท้วงไปยังสถานทูตสิงคโปร์ ไม่ใช่ประเด็น ถ้าไม่เห็นด้วยในวันที่ 2 เมษายนก็ไม่ต้องเลือก พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาเป็นนายกฯ

"การประท้วงที่เกิดขึ้นหากภาพแพร่ออกไปทั่วโลกทำให้ประเทศเสียหาย การลงทุนจากต่างประเทศก็มีกรอบกติกา ถ้าฝ่ายต่างประเทศรู้สึกไม่มั่นใจ มันก็เป็นความเสียหายของคนทั้งประเทศ วันนี้มีการเล็งเป้าหมายไปยังธุรกิจ และตลาดหลักทรัพย์เพื่อดิสเครดิตนายกฯ ขอร้องให้ดูความเหมาะสมด้วย อย่าให้เสียหายต่อประเทศโดยรวม" นายสุรนันทน์กล่าว

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/2006/03-09/p1--17161.html

โดย : anonymost | email : anonymost@hotmail.com | วันที่ : 2006-03-09 10:53:11



ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
หากต้องการส่งต่อให้เพื่อน ทาง MSN กรุณา copy URL นี้ส่งต่อให้เพื่อนได้เลยจ๊ะ
หากคิดว่านี่เป็นสิ่งดี ต้องการส่งต่อให้เพื่อนทาง Email กรุณา คลิกที่นี่ ค่ะ
ช่วย ๆ กันโพสข้อความแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ ที่มาตั้งกระทู้ด้วยนะคะ
จะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยอะ ๆ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง 5 อันดับล่าสุด
    เศรษฐกิจพอเพียง < เอราวัณ >
    บินตรง เชียงใหม่ – ย่างกุ้ง เพียง 8,900- < คุณต้น >
    ฝากประชาสัมพันธ์งานวันเด็ก ปี 2553ค่ะ < laddawan_um >
    เรื่องจริง < โรแมนติก >
    “สสปน.” ผนึกกำลัง “จุฬา” เสริมทัพความเป็นเลิศด้านวิชาการต่อยอดเพิ่มจำนวนงานประชุมนานาชาติ < visage >
    คลิกที่นี่ เพื่อดูกระทู้ทั้งหมด

 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
name
email
 
 
ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@jengsud.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

 

Copyright © 2009 www.jengsud.com All rights reserved.