ปลาผี !!!
"นายเยื้อง" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากการวิดปลา
ผมเป็นเด็ก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี คิดแล้วก็เป็นจังหวัดใกล้ๆ กับกรุงเทพฯ นี่เอง แต่กลับเป็นเมืองเก่าแก่ โบร่ำโบราณที่สุดของประเทศไทยก็ว่าได้นะครับ
คือมีหลักฐานทางโบราณคดีว่าสุพรรณบุรีมีอายุไม่ต่ำกว่า 3,500 ปีมาแล้ว ได้ขุดพบโบราณวัตถุทั้งยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธิ์และยุคเหล็ก วัฒนธรรมก็สืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ, ฟูนัน, ทวารวดี, ศรีวิชัย และสุพรรณบุรี
สมัยก่อนเมืองนี้มีชื่อว่า "ทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ" หรือ "พันธุมบุรี" ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน แถบบริเวณตำบลรั้วใหญ่ไปจดตำบลพิหารแดง
ยุคต่อมา "พระเจ้ากาแต" ได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ฝั่งขวาของแม่น้ำ แล้วโปรดให้มอญน้อยไปสร้างวัดที่สนามชัยบูรณะวัดป่าเลไลยก์ แล้วชักชวนข้าราชการน้อยใหญ่ถึง 2,000 คนไปบวช ขนานนามเมืองใหม่ว่า "สองพันบุรี"
ครั้นถึงสมัยอยู่ทอง ได้มาสร้างเมืองทางฝั่งใต้ หรือทางตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตั้งชื่อเมืองว่า "อู่ทอง" จนถึงสมัยขุนหลวงพะงั่ว เมืองนี้จะได้ชื่อว่า "สุพรรณบุรี" หรือ "เมืองทอง" ตั้งแต่นั้นมา
คนกรุงเทพฯ หาว่าคนสุพรรณฯ พูดเหน่อ แต่คนบ้านผมก็สงสัยว่า เอ...กรุงเทพฯ ก็อยู่ใกล้ๆ แค่นี้ ทำชาวกรุงถึงได้พูดเสียงเหน่อกันหมดนะ?
สมัยก่อน คนรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย บอกว่า "พูดเยื้อง" ซึ่งหมายถึง "พูดเหน่อ" นั่นแหละครับ
บ้านเมืองเก่าแก่หลายพันปี เรื่องผีดุถือว่าเป็นธรรมดามาก!
วันหนึ่งตอนเย็น ลมตก นกกาเจี๊ยวจ๊าวอยู่ตามยอดไม้ พวกสาวๆ หาบของเดินเลาะคันนามาเป็นแถว ผมกับเพื่อนๆ กำลังดูตาล้อมกับลุงเพ็งวิดปลาอยู่เหย็งๆ บังเอิญมหาอ้วน-สมัยก่อนเป็นเพื่อนกับลุงเพ็งผ่านมาพอดี
นอกจากจะแวะมองแล้ว มหาอ้วนยังพูดเปรยๆ ว่า...ชาวบ้านเขามีแต่จะปล่อยนกปล่อยปลากัน เพื่อเอาบุญ พวกแกกลับมาวิดปลาเอาไปผัดไปแกงเสียอีก ไม่กลัวบาปกรรมเสียมั่งเลย!
ตาล้อมยกมือไหว้ ตัวแช่อยู่ในน้ำโคลน มีข้องสะพายไหล่ บอกว่าไม่จับปลากินแล้วจะให้ไปจับจระเข้ที่ไหนกินล่ะ หลวงพี่? ทั้งไอ้ดุกไอ้ช่อนตัวอ้วนๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าใครๆ ก็จับไปทำของกินมั่ง ถวายพระมั่ง มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว...เดี๋ยวนี้หลวงพี่ฉันมังสวิรัติแล้วหรือ?
มหาอ้วนทำไขหู ถามว่ารู้ไหมทำไมเขาถึงปล่อยปลาเอาบุญกัน? ตาล้อมกับลุงเพ็งมองสบตากันแล้วส่ายหน้า มหาอ้วนก็บอกว่าดีล่ะ จะบอกให้รู้เอาบุญ!
สมัยพุทธกาล พระสารีบุตรท่านเห็นด้วยญาณทิพย์ว่าเณรองค์หนึ่งจะต้องสิ้นชีวิตภายใน 7 วัน ท่านบังเกิดเมตตาจึงสั่งให้เณรกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างเมือง แต่ไม่ได้บอกว่าเพื่อให้ผู้บังเกิดเกล้าได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย
ระหว่างทางนั้น เณรน้อยได้เห็นปลาฝูงหนึ่งตกคลักอยู่ในหนองน้ำใกล้จะแห้งขอด เกิดเวทนาสัตว์ร่วมโลกจึงช้อนปลาฝูงนั้นไปปล่อยในน้ำแห่งใหม่ เป็นช่วยการชีวิตปลาทั้งฝูงให้รอดตายไปได้
เมื่อสามเณรกลับมาจนเลย 7 วันไปแล้ว ก็มิได้ล้มตายตามญาณทิพย์ของพระสารีบุตร ท่านจึงเรียกเณรมาถามว่าระหว่างทางไปกลับได้พบเห็นสิ่งไรบ้าง? เณรน้อยก็เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังจนหมดสิ้น
พระสารีบุตรจึงทรงทราบว่า การช่วยชีวิตผู้อื่นนั้นบันดาลให้เกิดกุศลสูงยิ่งนัก...การปล่อยปลาและสัตว์อื่นๆ เพื่อบุญกุศลจึงเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลนั่นเอง!
ลุงเพ็งยกมือไหว้ แต่ตาล้อมหัวเราะ บอกว่าวันนี้จะจับปลาพอหม้อแกงไม่เหลือใส่บาตรแล้ว บาปกรรมจะได้ลดลง พระเจ้าก็จะรอดตัวด้วย ดังคำพูด หรือสำนวนเก่าๆ ที่ว่า "บาปอยู่ที่คนทำ-กรรมอยู่ที่คนกิน"
มหาอ้วนถอนใจ ปลงอนิจจัง มองนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งคล้ายจะแผ่เมตตาให้สัตว์โลกทั้งหลาย ก่อนจะเดินกลับวัดไป
ใกล้จะค่ำแล้ว ตาล้อมกับลุงเพ็งได้ปลาเกือบเต็มข้อง จู่ๆ สายลมก็พัดมาฮือใหญ่ ยอดไม้ส่งเสียงกระโชกน่ากลัว เพื่อนๆ ผมผละวิ่งกลับบ้าน...ตาล้อมกับลุงเพ็งก็เดินลุยโคลนมาที่ขอบสระ
ทันใดนั้นเอง เหตุการณ์น่าขนหัวลุกก็อุบัติขึ้นกะทันหัน!
"เฮ้ย! ปลาอะไรวะนี่? ตัวใหญ่ขนาดเด็กอ่อนๆ แน่ะ" ตาล้อมร้องขึ้น "ช่วยกันจับเร็วๆ เถอะ เอาไปขายได้เงินโขเลยโว้ย!"
ลุงเพ็งหันขวับ ผมเกือบจะวิ่งกลับบ้านอยู่แล้ว แต่ความอยากรู้อยากเห็นว่าปลาอะไรตัวใหญ่นัก ทำให้ปราดเข้าไปชะโงกมอง พร้อมๆ กับลุงเพ็งก็ช่วยกันจับปลาที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในโคลนตม
"เอ็งจับหางให้แน่นๆ ซี่ไอ้เพ็ง ข้าจับหัวมันได้แล้ว เอ้า! ช่วยกันโยนขึ้นบกเลย มันจะได้หนีไม่พ้น...เฮ้ย! อะไรวะ..."
เสียงตาล้อมดังลั่น ผงะหน้า ตาเหลือกลาน เมื่อหัวปลาโผล่พรวดขึ้นจากโคลนมาสะบัดพั่บๆ ท่ามกลางเสียงลมพันแรงอื้ออึง...ให้ตายดับไปเถอะ! มันไม่ใช่ปลายักษ์ปลามาร อะไรอีกแล้ว เพราะสิ่งที่ดิ้นเร่าๆ สะบัดโคลนกระจายอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั่นคือศีรษะมนุษย์!
ใบหน้าเ xx ่ยวย่นของชายแก่ ตาแดงจ้าปานแสงไฟ เล่นเอาตาล้อมกับลุงเพ็งผงะหงายปล่อยมือ ล้มก้นจ้ำเบ้า ร้องแต่เฮ้ยๆๆ ตะเกียกตะกายหาฝั่งตาลีตาเหลือก ผมอยากจะวิ่งหนีใจแทบขาด แต่แข้งขาหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้น
ปลาจากนรกจมหายไปในโคลนแล้ว แต่มันยังฟาดหัวฟาดหางตูมตาม...ผมเพิ่งจะมีแรงเผ่นอ้าวจนลมออกหู ได้ข่าวว่าตาล้อมกับลุงเพ็งเลิกวิดปลาตั้งแต่นั่นมา!
// ... เพื่อนส่งมาให้ดู ...//
|